วิธี ลดความอ้วน ฉบับ IF สูตรลัดสำหรับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย

เรามาถึงยุคที่ต้องยอมรับเลยว่า ทั้งเพศหญิงและเพศชาย ต่างหันมาใส่ใจในรูปลักษณ์ภายนอกมากขึ้น โดยเฉพาะการดูแลรูปร่างของตัวเอง การ ลดความอ้วน นอกจากจะสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้แล้ว ยังเพิ่มความจำ และลดโรคได้อีกด้วย ซึ่งวิธีที่เรากำลังจะแนะนำต่อไปนี้ กำลังติดเทรนด์มาสักพักในประเทศไทยแล้ว และนับวันก็ยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นด้วย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ "การ ลดความอ้วน แบบ IF" หนึ่งในวิธีลดความอ้วนสุดฮิตที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้กันแบบเจาะลึกกันไปเลย!

 

ลดความอ้วน

วิธีลดความอ้วนแบบ IF

ในปัจจุบันมีวิธี ลดความอ้วน มีมากมายหลายวิธีให้ได้เลือกใช้ ทั้งการออกกำลังกาย หรือ การควบคุมอาหาร แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักว่า Intermittent Fasting หรือ IF คืออะไร จะบอกสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่ามันคือ วิธีลดน้ำหนักที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ เป็นการลดความอ้วนด้วยการกินอาหารเป็นช่วงเวลา (Feeding) และปล่อยให้ร่างกายหยุดรับอาหารเป็นช่วงเวลา (Fasting) ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีลดความอ้วนที่คนทั่วโลกนิยมใช้กันมากว่า 10 ปีแล้ว แถมยังเป็นวิธีลดความอ้วนยอดฮิตในหมู่ผู้บริหารและคนรุ่นใหม่มากมายอีกด้วย

ซึ่งวิธีลดความอ้วนแบบ IF เป็นการกินแบบ Ketogenic และการรับประทานอาหารลดน้ำหนัก แต่ในบางคนที่อยากผอมในเวลาอันรวดเร็ว มักจะเลือกใช้วิธีทานยาลดความอ้วน ซึ่งบอกได้เลยว่า เป็นวิธีที่เห็นผลเร็ว แต่ไม่ยั่งยืน และอาจทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพที่อาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดังนั้น วิธีลดความอ้วนที่ดี จึงควรเป็นวิธีที่ไม่หักโหมเกินไป และไม่เป็นผลเสียต่อร่างกาย เพราะการลดความอ้วน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ถ้าเกิดว่าหักโหมเกินไปอาจทำให้รู้สึกท้อ จึงควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง และไม่ทำลายสุขภาพ  ซึ่งการลดความอ้วนแบบ IF หรือ Intermitent Fasting มีเงื่อนไขที่สำคัญอยู่ 3 ข้อ คือ

  1. ต้องงดอาหาร 1 มื้อในแต่ละวัน
  2. หลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อดึก
  3. กินอาหารตามปกติในช่วงเวลา Feeding 8 ชั่วโมง

 

6 วิธีการลดความอ้วนแบบ  Intermitent Fasting 

  1. วิธีลดความอ้วน Intermitent Fasting แบบ Lean gains

การลดความอ้วนแบบ Lean gains คือ การกินอาหารในช่วงเวลา 8 ชั่วโมง และอดอาหารในช่วงเวลา 16 ชั่วโมง หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สูตร 8/16 ถือเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลดความอ้วนแบบ IF

  1. วิธีลดความอ้วน Intermittent Fasting แบบ Eat stop Eat

การลดความอ้วนแบบ Eat stop Eat ซึ่งวิธีนี้จะต้องอดอาหาร 24 ชั่วโมง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนวันที่ไม่อดก็สามารถกินอาหารได้ตามปกติ และจะต้องกินอย่างเหมาะสม และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่วิธีนี้ไม่ แนะนำสำหรับคนที่เริ่มลดน้ำหนัก เพราะจะทำให้รู้สึกอยากอาหารมากขึ้นในวันต่อไปและอาจส่งผลต่ออารมณ์ด้วย

  1. วิธีลดความอ้วน Intermittent Fasting แบบ Fast 5

การลดความอ้วนแบบ Fast 5 ถือเป็นวิธีการอดอาหารที่ค่อนข้างหักดิบ  เพราะเป็นการกินอาหารเพียง 5 ชั่วโมง และอดอาหารอีก 19 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง แอบโหดเอาเรื่องอยู่นะ!

  1. วิธีลดความอ้วน Intermittent Fasting แบบ The Warrior Diet

การลดความอ้วนแบบ The Warrior Diet ถือเป็นวิธีการลดความอ้วนที่ต้องอดอาหารในช่วงกลางวัน ดื่มได้แค่น้ำเปล่า และมารับประทานอาหารหนักในมื้อค่ำ เพียงมื้อเดียวเท่านั้น! หากใครไม่ไหวอย่าฝืน ลองหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองใหม่นะ

  1. วิธีลดความอ้วน Intermittent Fasting ADF (Alternate Day Fasting)

การลดความอ้วนแบบ ADF สำหรับวิธีนี้จะต้องอดอาหารแบบวันเว้นวัน ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีค่อนข้างจะหักโหมมากเลยทีเดียว เพราะต้องอดอาหาร 1 วัน กินอาหาร 1 วัน แล้วกลับมาอดอีก 1 วัน ซึ่งสูตรนี้จะมีความคล้ายคลึงกับ IF สูตร 5:2 เพราะในวันที่ Fast  โดยเราสามารถกินอาหารแคลอรีต่ำได้ แต่ต้องกินให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง

  1. วิธีลดความอ้วน Intermittent Fasting แบบ 5:2

การ ลดความอ้วน แบบ 5:2 คือ การกินอาหารตามปกติ 5 วัน และกินอาหารแบบ Fasting 2 วัน ซึ่งจะเลือกทำติดกัน 2 วัน หรือ ห่างกันก็ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งวิธีนี้ จะไม่ใช่การอดอาหารทั้งวัน แต่จะเป็นการลดปริมาณอาหารให้น้อยลงแทน ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ ในหนึ่งวันผู้ชายสามารถกินได้เพียง 600 แคลอรี่ ส่วนผู้หญิงกินได้เพียง 500 แคลอรี่ หรือ ประมาณ1/4 ของแคลอรี่ที่ได้รับต่อวัน

โดยการลดความอ้วนแบบ IF นั้น เป็นการปรับพฤติกรรมการกินให้สอดคล้องกับหลักความต้องการของร่างกาย ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ IF คือ จะต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพก่อนเสมอ ไม่ควรฝืนร่างกาย หากไม่ไหวก็ควรหยุดทันที

 

สรุป

วิธี ลดความอ้วน แบบ IF เป็นรูปแบบการกินอาหารอีกแบบหนึ่ง หรือเรียกว่า การอดอาหารเป็นช่วงเวลา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากน้ำหนักที่ลดลงแล้ว ยังช่วยให้มีสุขภาพร่างกายดีขึ้นด้วย  ทำให้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ลดความอ้วนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ขอเตือนเอาไว้ว่า การทำ IF ไม่ได้เหมาะกับทุกคน เนื่องจากสภาพร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และตรวจเช็คสภาพร่างกายก่อนเสมอ นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ  ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำ IF เพื่อความปลอดภัยด้วยนะ